กองทุนรวม vs หุ้น – ข้อดีของการลงทุนผ่านกองทุนรวม

มีงานวิจัย 1 เพื่อศึกษาเรื่องการประเมินความสามารถของตัวเองวิธีการทดสอบก็คือนักวิจัยจะไปสอบถามบุคคลว่าคุณให้คะแนนการขับรถของตัวเองแค่ไหนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยถ้า 5 คะแนนคือค่าเฉลี่ยของทุกคนนักวิจัยพบว่าคนจะให้คะแนนตัวเองโดยเฉลี่ยที่ประมาณ 7 คะแนนซึ่งนี่เป็นเรื่องที่แปลกมากเพราะโดยปกติแล้วค่าเฉลี่ยควรจะอยู่ที่ 5 คะแนนซึ่งเป็นคะแนนตรงกลางแต่คนส่วนมากจะบอกว่าตัวเองทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยสิ่งที่เราสามารถบอกได้จากเรื่องนี้ก็คือ มีบางคนที่ประเมินความสามารถตัวเองสูงเกินไปหลายคนอาจจะขับรถไม่ได้ดีกว่าคนอื่นแต่คิดว่าตัวเองนั้นขับรถดีกว่าคนอื่น ในโลกของการลงทุนก็เช่นกันเมื่อมีคนถามว่าลงทุนผ่านกองทุนรวมดีหรือว่าเลือกหุ้นด้วยตัวเองดีกว่ากัน เราก็จะเห็นหลายคนมักจะสอนคำว่าลงทุนในตัวเองดีกว่าจะไปเสียค่าธรรมเนียมให้กองทุนรวมทำไมหรือไม่ก็ลงทุนเองรวยเร็วกว่าดูอย่างวาเลนบัฟเฟตสิปู่แกก็ไม่ได้ลงทุนผ่านกองทุนรวมสักหน่อย ที่ผมยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ไม่ได้จะบอกว่าการคุณเองไม่ดีหรือที่เขาพูดกันมานั้นผิดแต่วันนี้ผมอยากจะนำเสนอข้อมูลในอีกมุมหนึ่งว่ากองทุนรวมจริงๆแล้วก็มีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดกันนะครับ

ข้อดีข้อแรกคือช่วยประหยัดเวลาถ้าหากเราเลือกกองทุนรวมที่มีความสามารถในการจัดการที่ดีตั้งแต่แรกครั้งต่อไปเราก็ไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากใส่เงินเข้าไป ต่างจากการลงทุนด้วยตัวเองซึ่งเราต้องมีการติดตามอย่างสม่ำเสมอบางคนอาจจะแย้งว่าถึงแม้จะใช้เวลาในการติดตามมากกว่า แต่ก็แลกกับผลตอบแทนที่มากขึ้นด้วยซึ่งข้อโต้แย้งนี้อาจจะไม่ผิดนักในกรณีที่เราเก่งกว่าผู้จัดการกองทุนจริงๆแต่เราก็ต้องเปรียบเทียบผลลัพธ์กับเวลาที่สุดเสียไปกับการวิเคราะห์ติดตามหุ้ยด้วยตัวเองด้วย เช่นสมมุติว่ามีเงินลงทุนอยู่ 300,000 บาทคุณใช้เวลารวมทั้งปี 150 ชั่วโมงในการศึกษาหุ้ยผลลัพธ์ก็คือคุณได้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนในกองทุนรวม 5 เปอร์เซ็นในเคสนี้เราอาจพูดได้อีกแบบว่าเราใช้เวลา 150 ชั่วโมงทำให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 5% คูณ 300,000 บาทหรือก็คือ 15,000 บาทหากหาค่าเฉลี่ยเป็นชั่วโมงแล้วก็จะได้ชั่วโมงละ 100 บาทซึ่งก็ดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรและนี่ยังไม่ได้นับกรณีที่ลงทุนแพ้กองทุนด้วยนะครับ จากตัวอย่างนี้เองเราอาจบอกได้ว่าถ้าเรายังมีเงินลงทุนไม่เยอะการใช้กองทุนรวมเพื่อช่วยประหยัดเวลาและเอาเวลานั้นไปพัฒนาตัวเองหรือสร้างรายได้ทางอื่นๆอาจจะดูน่าสนใจกว่า

ประโยชน์ของกองทุนรวมข้อที่ 2 มีผู้เชี่ยวชาญช่วยลงทุนให้ เนื่องจากกองทุนรวมนั้นช่วยบริหารเงินให้คนจำนวนมากการตัดสินใจต่างๆจึงมีความเข้มงวดค่อนข้างสูง ในการคัดเลือกคนมาเป็นผู้จัดการกองทุนก็เช่นกันผู้จัดการกองทุนนั้นต้องผ่านการสอบ CFA ซึ่งมีความยากค่อนข้างมากและต้องมีประสบการณ์ทำงานในวงการมาระยะหนึ่ง ด้วยคุณสมบัตินี้เองก็พอจะช่วยให้วางใจในระดับหนึ่งด้วยว่าคนที่มาบริหารเงินนั้นมีความสามารถพอสมควร

ประโยชน์ข้อที่ 3 มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีข้อแนะนำหนึ่งที่เรามักได้ยินกันบ่อยก็คือยาใส่ไข่ลงไปในตะกร้าใบเดียวเพราะถ้าตะกร้าเป็นอะไรไปแล้วใข่ก็จะแตกหมดทุกใบ คนที่มีเงินลงทุนน้อยมักจะเจอปัญหาที่ว่าซื้อหุ้นไม่กี่ตัวตังค์ก็หมด จึงไม่มีเงินไปกระจายความเสี่ยงที่อื่นได้และพอไม่ได้กระจายความเสี่ยงหากเกิดเหตุไม่ดีขึ้นภายในตะกร้าก็อาจจะแตกทั้งหมดก็ได้ ซึ่งสำหรับกองทุนรวมเองนั้นมักจะมีนโยบายการกระจายความเสี่ยงที่ดีทำให้ช่วยลดความผันผวนของผลตอบแทนได้

และนี่ก็เป็นตัวอย่างประโยชน์ของกองทุนรวมซึ่งจริงๆก็มีข้อดีอื่นๆอีกมากมายเช่นสามารถเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนที่น้อยได้มีทรัพย์สินให้ลงทุนที่หลากหลายแต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้จะบอกว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้นดีกว่าการเลือกหุ้นด้วยตัวเอง คนที่ไม่ถนัดตัวเลขไม่ชอบติดตามข่าวสารธุรกิจต่างๆกองทุนรวมก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี กับอีกคนหนึ่งที่รู้สึกกับการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์ต่างๆและมีเวลาว่างการลงทุนด้วยตัวเองก็อาจจะดีกว่า คำถามที่ว่าลงทุนเองหรือซื้อกองทุนรวมดีนั้นจึงยังไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวเพราะสุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคนอยู่ดี

สมัครบัตรเครดิตออนไลน์อนุมัติเร็ว