เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงิน 0 บาท มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?

มีธุรกิจมากมายที่ไม่ต้องใช้เงินนะครับ มันใช้แค่เวลาของคุณ มันใช้แรงของคุณ ใช้ความสามารถของคุณ ใช้ความพยายามคุณก็ทำได้ครับ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่อยากจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนเลยแม้แต่บาทเดียว มีอะไรบ้างมาดูกันนะครับ

ธุรกิจที่ 1 เลยคือเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้ครับ สำหรับอาชีพนายหน้านะ เท่าที่เราเจอมานะครับ นายหน้าที่เก่งๆคือเราว่า เขาต้องขยันทุกคนเริ่มต้นจากไม่เป็นมาก่อนทั้งสิ้นนะ แล้วก็ฝึกฝนมาจนเป็นนะครับ เขาต้องมีอะไรบ้างแน่นอนคือเขาต้องมี Connection ทั้งเจ้าของที่ดินและ Connection กับผู้ซื้อด้วยนะครับ เพราะว่าเขาเป็นคนกลางใช่ไหม อีกอย่างหนึ่งที่มองเห็น คือเขาต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี ต้องมีทักษะการขายที่ดีและแน่นอนครับถ้าคุณจะมีรายได้จากการเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ มันก็ต้องมีอสังหาริมทรัพย์ก่อนแต่ไม่ต้องของคุณ เป็นคนอื่นก็ได้ มี 2 มุมครับ ก็คือทั้งคุณภาพและปริมาณ  แน่นอนคุณภาพทรัพย์สินก็ต้องดีด้วยและก็มีปริมาณเยอะก็ดี มันจะได้มีตัวเลือกให้กับผู้ซื้อเยอะๆเพราะว่ารายได้คุณมาจากคอมมิชชั่นของการขายได้ ซึ่งโดยปกติแล้วเนี่ยเขาคอมมิชชั่นของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เนี่ยจะอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ต่อทรัพย์สินไหมครับ เช่น สมมุติว่าขายบ้านได้ราคา 1 ล้านบาท 3 เปอร์เซ็นก็คือ 30,000 บาท ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีนี้ครับ และถ้าเริ่มต้นมันอาจจะประมาณนี้แหละครับ ทำๆไปคุณเริ่มมีทรัพย์สินที่ราคาแพงขึ้นนะครับ เช่นที่ดิน 10 ล้าน 3 เปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ครับ 300,000 แล้วนะใช่ไหมครับ อนาคตอาจจะเป็นที่ 100 ล้านก็ได้ 3% เท่าไหร่ครับ 3 ล้านแล้วนะ บางคนขายได้ไม่กี่แปลงอยู่ได้ทั้งปีเลยก็มีนะรายได้อีกทางของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ คือรายได้จากการหาผู้เช่าครับ อย่างเช่น ผมเป็นเจ้าของคอนโดใช่ไหมครับ แล้วผมเองก็ไม่มีเวลา ผมก็ฝากนายหน้าก็คือคุณ แล้วคุณหาผู้เช่าให้ผมได้ ซึ่งส่วนมากสัญญาณจะทำกันเป็นปี โดยปกติแล้วโดยทำเนียบนายหน้าจะหัก 1 เดือน ผมรู้จักเจ้าของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์หลายๆคนนะครับ ที่ทุกวันนี้คือบริษัทขนาดใหญ่ มีลูกน้องมากมายนะครับ ทุกคนเริ่มต้นจาก 0 หมดเริ่มต้นจากไม่เป็นทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นมันแปลว่าคุณก็ทำได้เช่นกัน มันไม่ต้องการเงินต้องการแค่ความเพียรและความพยายามนั้นเองครับ

ธุรกิจที่ 2 คือพรีออเดอร์ครับ ข้อดีของธุรกิจนี้ก็คือว่าคุณไม่ต้องสต๊อกของเอง สต๊อกของเองเนี่ยปวดหัวนะ บางครั้งนี้ถ้าคุณขายไม่หมดมึงกลายเป็นเดสสต๊อก หรือต้องมาขายในราคาแบบขาดทุนก็มีเหมือนกันนะครับ หน้าที่ของพรีออเดอร์คือคุณก็ต้องทำการโปรโมทสินค้านั้นด้วย คนถึงจะมา Order เช่น สมมุติว่าคุณเกิดจากกากทั้งสวยหายใจสะดวกกันฝุ่นได้ กันไวรัสได้ ซักได้ แล้วคุณก็โพสแล้วก็บรรยายสรรพคุณนุ่นนี่ใช่ไหมครับ พอได้ Order  1,000 ชิ้น เขาก็โอนเงินมาให้คุณก่อน คุณก็ค่อยไปติดต่อที่โรงงานก็ได้ แล้วโรงงานส่งมาให้คุณและคุณก็ค่อยส่งต่อให้กับลูกค้า แล้วคุณก็เอากำไรส่วนต่างตรงนี้ได้ไหมครับ เห็นไหมครับว่าคุณไม่ต้องสต๊อกไม่ต้องลงเงิน แถมได้กำไรด้วยแต่ถ้าจะทำจริงๆก็ต้องมั่นใจว่าสินค้าที่คุณเลือกมาเพื่อจะขายเนี่ยนะครับ มันต้องเป็นสินค้าที่คนนิยม อันที่ 2 คือคุณต้องมีความรู้สินค้าได้เป็นอย่างดี คือต้องตอบลูกค้าได้เหมือนคุณเป็นเจ้าของเองเลยนะครับ

ธุรกิจ 3 คือ Drop Ship หรือว่าตัวแทนไม่สต๊อกของนะครับ คุณสามารถเป็นสมาชิกบนเว็บไซต์ต่างๆ ที่เขาขายของได้นะครับ หน้าที่ก็คือเป็นตัวกลางช่วยเขาโปรโมท สมมุติว่าคุณต้องการจะขายหน้ากากใช่ไหมครับ หน้าที่ของคุณก็คือคุณต้องช่วยเขาโปรโมท เช่นคุณต้องเขียนรีวิว ถ่ายรูป บอกสรรพคุณนะครับ เพื่อเพิ่มยอดขายตัวเอง เพราะว่ายิ่งขายได้มากกำไรก็ยิ่งเยอะใช่ไหม เพราะที่คุณได้อ่ะคือส่วนต่างครับ แต่ข้อดีของ Drop Ship คือว่า เมื่อลูกค้าสั่งซื้อที่เพจผม ผมก็ไปบอกเจ้าของแบรนด์นั้น ไปส่งของตรงไปที่ลูกค้าแคือผมไม่ต้องสต๊อกของแม้แต่ชิ้นเดียว นี่คือหลักการของ Drop Ship แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันตรงที่ว่าคุณเองอาจจะไม่เคยเห็นสินค้าเลย คุณอาจจะไม่รู้ว่าคุณภาพมันดีหรือไม่ดี แต่เห็นไหมว่าใช้เงิน 0 บาท สามารถทำกำไรได้และก็ไม่ต้องสต๊อกของด้วย

ธุรกิจที่ 4 คือ Affiliate Marketing จะเรียกว่านายหน้าออนไลน์ก็ได้ ที่นี้เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น หลักๆต้องเข้าใจ 3 สิ่งก่อนนะครับ คือ Brand คือเจ้าของสินค้า publisher คือตัวคุณเป็นคนกลางช่วยเขาขายช่วยเค้าทำการตลาดและ Custumer คือลูกค้านะครับ ปรกติแบรนด์ทำการตลาดไปที่ลูกค้าอยู่แล้วโดยตรงนะครับแต่ว่ามันก็ครอบครัวไม่หมดแล้วครับ 100% ที่นี้ที่คือส่วนที่คุณมาเติมเต็มให้เขาได้ คุณช่วยทำการตลาดเพิ่มให้เขาได้นะครับ indeem และถ้าคุณช่วยทำการตลาดและปรากฏว่ามีการซื้อขายเกิดขึ้น มันมาจากคุณและเขาก็จะโอนค่าคอมมิชชั่นให้คุณ ยกตัวอย่างของจริงให้ดูจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ อย่างเช่น สมมุติว่าคุณจะช่วยสำนักพิมพ์เขาขายจริงๆนะ คุณสามารถทำอย่างนี้ได้ คุณอาจจะทำรีวิว เช่น คุณก็ทำเป็นคลิป YouTube คุณอ่านเรื่องนี้แล้ว คุณชอบอะไร คุณได้อะไรบ้าง แล้วมีคนดูจำนวนคน จะ 1,000 คน จะ 100,000 คน ข้างล่างคุณแปะลิงค์เอาไว้ใช่ไหมครับ ว่าถ้าสนใจซื้อที่นี่กดเข้าไปปุ๊บ มันจะไปที่สำนักพิมพ์ของเขา เขาก็จะส่งหนังสือไปที่ผู้ซื้อเลย แล้วเขาก็จะโอนค่าคอมมิชชั่นให้คุณแบบนี้ดีไหม และนี่คือ affiliate Marketing ครับ